ยางกันกระแทก ผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย

pg slot ทดลองเล่นฟรี

หลายๆ คนอาจยังไม่รู้ว่า ยางกันกระแทก คืออะไร และมีหน้าที่ใช้ทำอะไร มันคือชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่ใช้กับอุตสาหกรรมเครื่องจักรทั้งหลาย เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากๆ เพราะในประเทศไทยมีการใช้ผลิตภัณฑ์ยางในปริมาณมากพอสมควร pg slot ทดลองเล่นฟรี ถึงแม้ว่าจะไม่มากเท่ากับการใช้ยางในอุตสาหกรรมยางล้อรถยนต์ แต่อุตสาหกรรมการก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องอุตสาหกรรมหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนา

pg slot ทดลองเล่นฟรี

อุปกรณ์กันกระแทก : คืออะไร มีวิธีใช้อย่างไร?

อุปกรณ์กันกระแทก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องป้องกันการเฉี่ยวชน หรือการกระแทกโดยตรงจากการวิ่งผ่านเข้าจอดเทียบท่าของเรือ และรถ เป็นการช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง หรือกระทั่งยานที่มาชนหรือกระแทกได้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจจะถูกออกแบบและผลิตเพื่อใช้ติดตั้งบริเวณต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้าง เช่น ท่าเทียบเรือ ชานชาลาหรือท่าจอดรถ บริเวณรอบเสา และกำแพงของลานจอดรถ อาคารโรงงาน สำนักงานต่างๆ ราวสะพาน เป็นอาทิ หรืออาจจะออกแบบสำหรับติดตั้งกับส่วนใดส่วนหนึ่งของยวดยาน เช่น บริเวณหัวเรือ ข้างเรือ และท้ายเรือ ลักษณะพิเศษของการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ก็คือเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบสำหรับการติดตั้งภายหลัง จึงสามารถใช้ได้กับทั้งสิ่งก่อสร้างที่ปลูกขึ้นใหม่ และทั้งสิ่งปลูกสร้างเก่าที่มีการก่อสร้างมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้ อุปกรณ์กันกระแทก มีทั้งรูปแบบและขนาดที่แตกต่างกันออกไป ตามลักษณะและประเภทของการใช้งานส่วนมาก ถูกผลิตขึ้นจากยางธรรมชาติ รูปแบบต่างๆ ของยางกันกระแทก ได้แก่

  • ยางกันกระแทกรูปตัว D มีทั้งลักษณะตัน หรือมีช่องว่างตรงกลาง เป็นยางขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
  • ยางกันกระแทกรูปตัว V เป็นยางขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ อาจมีแผ่นเหล็กเสริมความแข็งแรงภายใน มักใช้ประกอบกับแผ่นกันกระแทก
  • ยางกันกระแทกรูปทรงกระบอก มีลักษณะเป็นกระบอก ตรงกลางมีรูกรวง ส าหรับใช้ร้อยด้วยโซ่ หรือแกนเหล็กในการติดตั้ง
  • ยางกันกระแทกแบบสี่เหลี่ยมมีทั้งลักษณะตันหรือมีช่องว่างตรงกลาง การใช้งานคล้ายยางกันกระแทกรูปตัว D
  • ยางกันกระแทกแบบกรวย มักใช้ประกอบกับแผ่นกันกระแทก โดยส่วนมากมีขนาดใหญ่

 

ลักษณะการใช้งาน

  • ถูกใช้เพื่อใช้ลดการสั่นสะเทือนให้การทำงานของเครื่องจักรเป็นไปตามปกติ เช่น ใช้เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่ให้ทำงานได้ตามปกติ ไม่สั่นแรงจนเกินไป
  • เพื่อลดแรงสั่นสะเทือนในโรงงานที่มีการใช้เครื่องจักรผลิตสินค้าจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยถนอมโครงสร้างอาคารพื้นผิวให้คงอยู่และเกิดความเสียหายน้อยลงกว่าเป็นอันสมควร

 

ข้อดีของอุปกรณ์กันกระแทก

      – ป้องกันการกระแทกของเครื่องจักรต่างๆ

      – ทนทานต่อการใช้งานเป็นเวลานาน

      – ลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องจักร

– ลดแรงกระแทกจากการชนของรถ หรือเรือ

 

ยางแบบไหนอีกบ้างที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเครื่องจักร?

  1. แผ่นยางกันน้ำซึม

แผ่นยางกันน้ำซึม เป็นผลิตภัณฑ์ที่ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นยาว ใช้ในการป้องกันการซึมผ่านของน้ำระหว่างรอยต่อคอนกรีต เช่น คานกับพื้นหรือผนัง พื้นกับพื้น พื้นกับผนัง เป็นต้น โดยแผ่นยางกันน้ำซึมจะถูกวางระหว่างรอยต่อคอนกรีตสองส่วนป้องกันน้ำซึมผ่านรอยร้าวอันเนื่องมาจากการสั่นสะเทือนหรือการยุบตัวของคอนกรีต จะเห็นการใช้งานแผ่นยางกันน้ำซึมได้จากงานก่อสร้างทั่วไป เช่น ถนน คานสะพาน อาคารใต้ดิน บ่อน้ำใต้ดิน เขื่อน เป็นต้นแผ่นยางกันน้ำซึมมีหลายรูปแบบและขนาด ขึ้นอยู่กับงานที่จะนำไปใช้ ได้แก่ แบบดัมเบลล์แบบกระเปาะตรงกลาง แบบตัวเจ เป็นต้น ส่วนขนาดมีตั้งแต่ความกว้าง 4–12 นิ้ว ความยาวต่อม้วนประมาณ 15-30 เมตร ส่วนมากทำจากยางธรรมชาติ

  1. แผ่นยางเชื่อมรอยต่อสะพาน

แผ่นยางเชื่อมรอยต่อสะพาน เป็นแผ่นยางที่ผลิตขึ้นโดยการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเชื่อมหรือประสานรอยต่อของพื้นสะพาน ที่เป็นช่วงของการเชื่อมโครงสร้างส่วนคานของสะพานเข้ากับตอม่อในแต่ละช่วงที่มีช่องว่างอยู่ แผ่นยางเชื่อมรอยต่อสะพานมีหน้าที่ลดปัญหาการยืดตัวหดตัวของพื้นสะพานคอนกรีตอันเนื่องมาจากอุณหภูมิ สามารถช่วยป้องกันการเสียดสีระหว่างพื้นคอนกรีตและยังช่วยให้พื้นตรงบริเวณรอยต่อมีความราบเรียบอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับการใช้เป็นอุปกรณ์เชื่อมรอยต่อของสะพานทางด่วน และทางยกระดับแผ่นยางเชื่อมรอยต่อสะพาน ส่วนมากผลิตจากยางสังเคราะห์ เนื่องจากต้องถูกใช้งานภายใต้อากาศร้อนและโอโซนตลอดเวลา มีหลายขนาดขึ้นอยู่กับการออกแบบขนาดสะพาน

  1. ปะเก็นยาง

ปะเก็นยางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ป้องกันการไหลซึมของน้ำหรือของเหลวอื่นๆ เช่น น้ำมันหรือสารเคมี ระหว่างรอยต่อของผิวสัมผัส 2 พื้นผิว ใช้ติดตั้งบริเวณรอยเชื่อมต่อของท่อที่ใช้สำหรับระบบสั่งจ่ายหรือ ลำเลียงน้ำหรือของเหลวอื่น เช่น ท่อส่งน้ำ ท่อร้อยท่อสายเคเบิลใต้น้ำ หรือสายไฟฟ้า เป็นต้น

ปะเก็นยางมักจะถูกผลิตในรูปแบบม้วนที่ความหนาต่างๆ กัน เมื่อจะนำไปใช้งานจะนำม้วนยางมาตัด เป็นรูปแบบต่างๆ ตามการใช้งาน ส่วนมากปะเก็นยางทำจากยางธรรมชาติ

 

สรุป

หากใช้ ยางกันกระแทก ที่ไม่เหมาะสมกับชนิดของเครื่องจักร อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น ยางกันกระแทกรับน้ำหนักเครื่องจักรไม่ได้ตามคุณสมบัติของการใช้งานที่ควรจะเป็น ทำให้ ยางกันกระแทก เสียหายไว กว่าปกติและอาจต้องเปลี่ยนยางกันกระแทกบ่อยกว่าปกติเช่นเดียวกัน หรืออาจเกิดผลเสีย เช่น ขณะที่เครื่องจักรกำลังทำงานอยู่อาจมีเสียงสั่นสะเทือนของเครื่องจักรดังกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เครื่องจักรเกิดความเสียหาย เพราะแบบนั้นควรพิจารณาเลือกซื้อ ยางกันกระแทก ที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ดี ที่เหมาะสมด้วย